ฮวงจุ้ย คือการอยู่อาศัยให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม คำว่า ฮวงจุ้ย มาจากคำว่า ลม(ฮวง)และ น้ำ(จุ้ย) แต่เดิมเป็นศาสตร์ที่อ้างอิงจากความเป็นจริงของสภาพแวดล้อมต่างๆ ไม่ใช่การทำนายเหมือนโหราศาสตร์ อาศัยเพียงหลักการธรรมชาติ มาปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ให้เข้ากับสิ่งต่างๆ อย่างพอดี หรือดีกว่าเดิม เช่น อย่าให้พื้นห้อง ต่ำกว่าพื้นห้องน้ำ ก็เพื่อไม่ให้น้ำจากห้องน้ำไหลเข้ามาพื้นบ้าน เป็นต้น

ฮวงจุ้ยห้องพระ


ห้องพระ เป็นอีกห้องหนึ่งที่จะต้องนำมาพิจารณากัน ถ้าบ้านหลังนั้นกำหนดให้มีห้องพระ บางบ้านอาจจะไม่มีห้องพระก็ได้ อาจทำแค่หิ้งพระเล็กๆ แทน ซึ่งเรื่องนี้ขึ้นอยู่ความต้องการของเจ้าของบ้านเป็นหลัก

การกำหนดห้องพระให้อยู่ส่วนไหนของบ้านนั้น มีหลักเกณฑ์อยู่หลายประการทีเดียว แต่ต้องบอกเอาไว้ก่อนว่า เรื่องห้องพระเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อาจใช้หลักเหตุผลอย่างเดียวมาวิเคราะห์ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของจิตวิญญาณที่หาคำอธิบายได้ยาก

1. ห้องพระวางชั้นบนดีกว่าชั้นล่าง การกำหนดผังบ้าน พยายามเลือกวาง ห้องพระเอาไว้ชั้นบนสุด ไม่ว่าบ้านจะกี่ชั้นก็ตาม เพราะพระเป็นของสูง เป็นที่สักการะบูชา การวางต่ำกว่าคนในบ้าน ย่อมไม่เป็นมงคลแน่ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะวางห้องพระชั้นล่างไม่ได้

เพียงแต่ว่า การวางห้องพระชั้นล่าง จะมีข้อจำกัดมากมาย และการหาตำแหน่งในการวางห้องพระค่อนข้างจะยาก เพราะชั้นล่าง จะเต็มไปด้วยห้องรับแขก ห้องอาหาร ห้องครัว ห้องส้วม นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาห้องที่อยู่ชั้นบนอีกด้วยว่า ห้องชั้นบนที่ตรงกับห้อง พระชั้นล่าง เป็นห้องอะไร ถ้าเป็นห้องส้วม ห้องนอน ก็จะห้ามเอาไว้อีก บ้านที่เอาห้องพระไว้ชั้นล่าง ชั้นบนที่ตรงกับห้องพระจะต้องเป็นห้องว่าง ที่ไม่มีคนอยู่ถึงจะใช้ได้

ห้องนอนตรงกับห้องพระชั้นล่าง ถ้าพระตรงกับเตียงถือเป็นข้อห้าม

2. ห้องพระห้ามติดกับห้องส้วม เหตุผลในเชิงฮวงจุ้ยบอกว่า ห้องส้วมเป็นธาตุน้ำ ห้องพระเป็นธาตุไฟ ตามกฎเบญจธาตุ ( 5 ธาตุ) ธาตุน้ำพิฆาตธาตุไฟ

ถ้ามีความจำเป็นจะต้องวางห้องพระติดกับห้องส้วม ควรหาตู้มาพิงผนังห้องส้วมแล้วหันพระไปทางอื่นที่ไม่ตรงกับห้องส้วม

บ้านที่เอาห้องพระวางติดกับห้องส้วม ความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระจะเสื่อม เพราะถูกพลังของธาตุน้ำ บั่นทอน นั่นเอง เพราะฉะนั้น ควรหลีกเลี่ยงวางห้องพระติดกับห้องส้วม ถ้ามีความจำเป็นจะต้องวางติดกัน ก็ไม่ควรวางองค์พระพิงผนังห้องส้วม และหาตู้มาพิงด้านที่เป็นกำแพงห้องส้วมเอาไว้ ก็จะถือว่าใช้ได้

3. ห้องพระต้องอยู่ในทำเลที่สงบ ลองพิจารณาดูพื้นที่บ้านสิว่า มีมุม ไหนที่ไม่พลุกพล่าน เป็นมุมสงบบ้าง ห้องพระต้องการความสงบนิ่ง ไม่ใช่อยู่ในตำแหน่งที่วุ่นวาย เช่น ติดกับห้องเอนเตอร์เทน ที่มีเสียงดังจากทีวี วิทยุ ห้องครัว

ซึ่งนอกจากมีเสียงทำกับข้าวแล้ว ยังมีกลิ่นมารบกวนความสงบอีกด้วย ห้องรับแขก ที่มีเสียงคุยกัน เพราะฉะนั้น การเลือกวางห้องพระเอาไว้ชั้นบน น่าจะหามุมสงบได้ง่ายกว่า เพราะจะมีแต่ห้องนอนเป็นส่วนใหญ่

4. ห้องพระติดห้องนอน ต้องระวังเรื่องการวางเตียง กรณีที่วาง ตำแหน่งห้องพระติดกับห้องนอน จะต้องพิจารณาเรื่องการวางเตียงนอน เป็นประเด็นสำคัญ

ห้ามวางเตียงในลักษณะหันปลายเท้าไปที่ห้องพระ

เพราะถือเป็นการไม่เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตำแหน่งเตียงนอน ควรวางในลักษณะที่ขวางกับห้องพระ ห้ามวางเอาปลาย เตียงหันไปที่ห้องพระ เพราะคนนอนจะเอาเท้าหันไปที่ห้องพระ ซึ่งถือว่าไม่เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่เป็นมงคลกับคนที่นอน

กรณีที่เอาหัวเตียงไปที่ห้องพระ ต้องพิจารณาว่า ถ้าตำแหน่งขององค์พระหรือ โต๊ะหมู่บูชาไม่ติดกับหัวเตียง ก็สามารถวางได้ แต่ถ้าติดกันจะถือว่าเสีย เพราะคนนอนจะได้รับอิทธิพลของธาตุไฟ ทำให้ปวดหัวได้ง่าย นอนไม่ค่อยหลับ

5. ห้องพระห้ามต่ำกว่าห้องอื่น กรณีที่เป็นบ้านเล่นระดับ ห้องพระจะต้อง เลือกวางในตำแหน่งที่สูงกว่าห้องอื่นๆ โดยเฉพาะห้องที่มีคนอยู่ เพราะโดยหลักแล้วคนห้ามนอนสูงกว่าพระ แต่ถ้าห้องที่สูงกว่าไม่มีคนอยู่ เช่น เป็นห้องว่าง ห้องเก็บของ ก็จะอนุโลมให้ทำห้องพระได้

"ห้องพระควรวางหน้าบ้านจริงหรือไม่" ความจริงแล้วเรื่องการวางห้องพระหน้าบ้านหรือหลังบ้านนั้น ในตำราฮวงจุ้ยไม่ได้ระบุเอาไว้ชัดเจน เพียงแต่บอกว่า ตำแหน่งหน้าคือ "โชคลาภ" ตำแหน่งหลังคือ "บารมี" และจากประสบการณ์ที่ผมไปตระเวนดูบ้านมามากมาย ส่วนใหญ่ก็มักจะวางห้องพระไว้ส่วนด้านหลังมากกว่าด้านหน้าของบ้าน

ซึ่งเหตุผลก็คงเป็นเรื่องของความนิ่งสงบมากกว่า บริเวณหน้าบ้านค่อนข้างจะพลุกพล่าน แต่ถ้ามองตามหลักฮวงจุ้ย การวางห้องพระด้านหลังก็น่าจะเหมาะสมกว่า เพราะด้านหลัง แทนความหมายของ "บารมี" นอกจากนี้ ด้านหลังตามหลักชัยภูมิก็มีสภาพเป็น "หยิน" คือ นิ่ง (หน้าเป็นหยางที่เคลื่อนไหว) ก็จะเป็นชัยภูมิที่ถูกต้อง กฎเกณฑ์ในการวางตำแหน่งห้องพระในบ้าน

ความจริงแล้วยังมีเรื่องของทิศและ ตำแหน่งของดวงดาวที่จะต้องนำมาพิจารณาด้วย แต่ผมว่า เอาชัยภูมิให้ได้เสียก่อน เพราะเรื่องทิศและเรื่องของดาวยังเป็นเรื่องรอง และเป็นเรื่องละเอียดอ่อนพอสมควร ต้องวัดกันเป็นองศา คงต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยจะดีกว่า


ขอบคุณข้อมูลจาก www.nanapaint.com


ความรู้เรื่องฮวงจุ้ย

หน้าแรก .... ( 1 ) 2 .... ..... หน้าสุดท้าย
ฮวงจุ้ยต้อนรับหน้าฝน
ฮวงจุ้ยหน้าต่างกับต้นไม้
ฮวงจุ้ยห้องน้ำ
ฮวงจุ้ยกำจัดของรกบ้าน
ฮวงจุ้ยกระจกเงา
ฮวงจุ้ยเลือกใส่เสื้อผ้า
ฮวงจุ้ยจัดบ้านรับหน้าร้อน
ฮวงจุ้ยรั้วหรือกำแพงบ้าน
ฮวงจุ้ยประตูมงคลของบ้าน
ฮวงจุ้ยเลขที่บ้าน
ฮวงจุ้ยรูปภาพ
ฮวงจุ้ยประตู
ฮวงจุ้ยหินหมุนนำโชค
ฮวงจุ้ยจัดสวน
ฮวงจุ้ยเสริมรัก
ฮวงจุ้ยบ้านที่ดี
ฮวงจุ้ยเรื่องการงานตามวันเกิด
ฮวงจุ้ยตำแหน่งไฟ
ฮวงจุ้ยห้องหอ
ฮวงจุ้ยสีบ้าน
ฮวงจุ้ยห้องครัว
ฮวงจุ้ยห้องครัว
ฮวงจุ้ยของแต่งบ้าน
ฮวงจุ้ยตกแต่งบ้าน
ฮวงจุ้ยสีเสื้อผ้า
ฮวงจุ้ยต้นไม้
ฮวงจุ้ยการแขวนรูปถ่าย
ฮวงจุ้ยศาลพระภูมิ
ฮวงจุ้ยศาลากับการจัดสวน
ฮวงจุ้ยกั้นห้องมากเกินไป
ฮวงจุ้ยทิศของบ้าน
ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน
ฮวงจุ้ยเตียงนอน
ฮวงจุ้ยการเลี้ยงสุนัข
ฮวงจุ้ยโต๊ะเครื่องแป้ง
ฮวงจุ้ยลายเซ็นเสริมดวงชะตา
ฮวงจุ้ยดวงไฟในบ้าน
ฮวงจุ้ยตู้ปลา
ฮวงจุ้ยออฟฟิศ
ฮวงจุ้ยการเลือก - จัด คอนโดฯ
ฮวงจุ้ยเสื้อผ้า
ฮวงจุ้ยสร้างสมดุลให้บ้าน
ฮวงจุ้ยออฟฟิต
ฮวงจุ้ยรั้วบ้าน
ฮวงจุ้ยห้องพระ
ฮวงจุ้ยร้านค้า
ฮวงจุ้ยจัดการสุขภาพ
ฮวงจุ้ยบริเวณรอบบ้าน
ฮวงจุ้ยลดการทะเลาะเบาะแว้งของคู่รัก
ฮวงจุ้ยหลังคาบ้าน
หน้าแรก .... ( 1 ) 2 .... ..... หน้าสุดท้าย